ขึ้นห้าง
ฝากขายสินค้าเข้าห้างฯ
ทำไมต้องควักเนื้อจ่ายภาษีก่อน?
เอาของเข้าห้างฯ หวังยอดปัง
ระวังพังเพราะภาษี!
ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่ดีใจจนปิดซอยเลี้ยงพนักงานทั้งบริษัท แถมเผื่อแผ่ไปยังเพื่อนรวมซอย ร่วมหมู่บ้าน หลังจากประสบความสำเร็จในการนำสินค้าไปวางขายในห้างดังท้้งหลาย แต่พอสิ้นเดือนต้องส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กลับหน้ามืด และอดสงสัยต่อไม่ได้ว่าของยังขายไม่ออกสักชิ้น ทำไมต้องจ่ายภาษี แล้วบัญชีของเรามัวไปทำอะไร ใครจะรับผิดชอบบ้าง เป็นเสียงก่นด่าความมืด แต่ไม่จุดตะเกียง เพื่อหาทางออก
เจ้าของหลายคนเลยต้องเปิดบิลไล่เบี้ยกับน้องชี จัดอบรมยกใหญ่ให้เข้าใจตรงกันว่า การนำสินค้าไปวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังหลายแห่ง เป็นการขายในลักษณะ "ฝากขาย" (Consignment) คือเอาของไปวางไว้ก่อนห้างฯ ขายสินค้าได้เมื่อไหร่จะเก็บค่าต๋ง เอ๊ย..หักเปอร์เซ็นต์ (GP) ให้ห้างฯ ไปส่วนที่เหลือค่อยคืนกลับให้กับผู้ฝากขาย ถ้าขายไม่ได้ถึงเวลาก็เก็บข้าวเก็บของ ขนสินค้ากลับบ้านใครบ้านมัน
เรื่องฝากขายพอทน แต่เรื่องออกใบกำกับภาษีพอเลย น้องชีทุกคนจำทุกคำที่เฮียบอกได้ดีว่า เมื่อส่งสินค้าไปวางจำหน่าย ระบบฝากขายที่ห้างจะยังไม่รับรู้รายได้ เพื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่จะทำการโอนสินค้าจากคลังของสำนักงานใหญ่ไปยังคลังสินค้าฝากขาย แยกตามห้างแต่ละแห่ง เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่า ส่งสินค้าไปห้างไหนจำนวนเท่าไหร่ พอถึงเวลาขายได้จริงก็จะนำมาตัด Stockสินค้าของห้างนั้น แบบนี้ก็จะตรวจสอบคุมยอดสินค้าคงเหลือยอดการรับเงินได้ เวลามีปัญหา จะได้หาทางออกได้
แต่เงื่อนไขที่คุณเฮียไปตกลงกับทางห้างทุกแห่งคือ เมื่อส่งสินค้าก็ต้องจัดทำ "ใบกำกับภาษีเต็มรูป" นำส่งให้กับห้างฯ ทุกแห่งเพื่อใช้เป็นหลักฐานนำส่งสินค้า และเพื่อให้ห้างใช้เป็นหลักฐานการรับสินค้าเข้า พอเฮียส่งสินค้าไปห้างฯ ปุ๊บหนูก็จัดทำใบกำกับภาษีส่งมอบไปปั๊บ มูลค่า 10 ล้านบาทพอดีเลย เข้าเต็มข้อล่อเต็มแข็ง เพราะสิ่งที่ตามมาคือภาษีขาย (VAT) เกิดทันที เพราะเหตุที่ได้จัดทำใบกำกับภาษี มอบไปแล้ว งานนี้เฮียก็ต้องควักกระเป๋าจ่าย VAT 7% ของ 10 ล้าน = 700,000 บาท นำส่งคุณสรรพ์ ในเดือนหน้าทันที
3 จุดที่เกิดเมื่อไหร่จ่าย VAT เมื่อนั้น
ส่งมอบสินค้าหรือโอนกรรมสิทธ์
จัดทำใบกำกับภาษี
รับชำระเงิน
หนูเคยบอกเฮียไว้นานแล้ว แต่เฮียน่าจะจำไม่ได้เองเพราะวันๆ พันกว่าเรื่อง แถมขยันหาเรื่องใหม่มาอีก การที่เฮียส่งสินค้าไปให้ห้างทุกแห่ง แม้กรรมสิทธิ์ในสินค้าจะเป็นของเฮีย หากชำรุดสูญหายขายไม่ได้ เฮียรับผิดชอบหมด และแม้เฮียจะไม่ได้รับเงิน แต่การที่เฮียจัดทำใบกำกับภาษี ส่งมอบโดยรู้เท่าไม่ถึงฆาต แฮ่..รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เท่ากับเข้าไปเหยียบเอาจุดรับผิดทางภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วงานนี้เลยต้องควักเงินจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มทันที ดีนะที่หนูยังเมตตาเห็นว่า ขายไม่ได้แค่ส่งสินค้าไปวาง เพื่อให้ห้างช่วยขายหนูเลยยังไม่บันทึกรายได้ ทำให้ประหยัดภาษีเงินได้นิติบุคคลไปได้อีกหลายบาท
อ้าวแล้วถ้าเป็นแบบนี้เกิดเวลาผ่านไป เฮียจะเปลี่ยนสินค้าใหม่และจะรับสินค้าเก่า กลับไปเพื่อไป หาทางระบายจำหน่ายต่อในช่องทางอื่นเฮียก็ต้องเสีย VAT จากสินค้าที่ส่งไปใหม่อีกรอบ ส่วนของเดิมที่ส่งไปแล้วจะให้ทำอย่างไร จ่ายเจ็บแต่ไม่จบต้องเจ็บซ้ำเจ็บซาก น่าจะไม่ดีขอวิธีลดภาษีด่วน
เรื่องง่ายๆ ที่เฮียไม่เคยรู้และไม่เคยจะใส่ใจ ทำให้พลาดแล้วพลาดอีก และก็ยังพลาดต่อไป สมมติว่าผ่านไป เฮียขายสินค้าไปได้ครึ่งนึง ถึงเวลาเราก็นำยอดขายนาฬิกา 5 ล้านบาท มารวมเป็นรายได้ และนำต้นทุนของนาฬิกา, ค่านายหน้า และค่าใช้จ่ายอื่นๆ มาหักออกเหลือเท่าไหร่ก็ค่อยนำไปคำนวณภาษี ส่วนสินค้าที่ขายไม่ได้ตอนเฮียรับกลับก็ให้จัดทำใบรับคืนสินค้า และใบลดหนี้ (Credit Note) นำส่งให้ห้างฯ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องลงนามส่งคืนสินค้า ระบุสาเหตุให้เข้าเกณฑ์ที่คุณสรรพ์กำหนด แบบนี้เราก็นำหลักฐาน ใบลดหนี้ มาลดยอดภาษีขายในเดือนนั้นได้แล้ว ยุ่งยากแต่ทำให้ประหยัดเงินได้ แบบนี้น้องชีไม่ปล่อย พลาดแน่ไม่ต้องห่วง
แต่ถ้าเฮียมาปรึกษากับหนูก่อนลงมือทำหนูจะไปปรึกษากับอ.ปราบ พร้อมกับขอเบิกค่าที่ปรึกษา ไปจ่ายให้อาจารย์เค้าหน่อย ได้ยินเพื่อนบอกมาว่า แกไม่ได้ออกท่องป่ามานาน สมองจะเริ่มตันคิดอะไรไม่ออก ตอบอะไรก็ถูกประเมินมาหลายครั้งแล้ว พอหนูรู้ว่าเฮียจะนำสินค้า ไปฝากขาย หนูก็แอบแถมแกมาได้ พอได้ข้อมูลมาว่า หากเฮียกับห้างตกลงทำ 'สัญญาแต่งตั้งตัวแทน (Agency Appointment Contract)' ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทุกครั้งที่เฮียส่งสินค้าไปฝากขายให้กับห้างฯ จะไม่ถือเป็น 'การขายเสร็จเด็ดขาด' (Outright Sale) ความรับผิดทางภาษีมูลค่าเพิ่มยังไม่เกิดจ้า
ถ้าเอาถูกต้อง ไม่เอาถูกใจ วันที่ขนของขึ้นห้างไม่ว่าจะมากน้อยแค่ไหน "ความรับผิดภาษีมูลค่าเพิ่มยังไม่เกิด" Tax Point จะเลื่อนออกไปจนวันที่ห้างขายสินค้าได้เมื่อไหร่ คราวนี้เราต้องนำส่งภาษีขาย ไม่ว่าจะได้เงินจากห้างหรือยังไม่ได้เงินจากห้าง เพราะคุณสรรพ์ท่าน พูดอย่างน่าฟังน่าคิดว่า ภาษีขายได้เกิดขึ้นเมื่อห้างขายสินค้าได้ และส่งมอบให้นักช้อป (ตามมาตรา 78(3))
ไม่มีสัญญา: ส่งของปุ๊บ -> จ่ายภาษีทันที
มีสัญญา -> ส่งของ -> รอขายได้ -> ค่อยจ่ายภาษี
อยากได้ต้องได้ แต่ต้องทำสัญญาให้เนี๊ยบ อย่าทำเล่นแบบลูบหน้าปะจมูก ต้องทำสัญญาแต่งตั้งตัวแทนเป็นลายลักษณ์อักษร ชัดเจนว่าให้ห้างเป็น "ตัวแทน" (Agent) ในการขายสินค้า ต้องจัดทำรายงานสินค้าคงเหลือสินค้าที่นำไปฝากขาย ที่สำคัญสุดอย่าลืมแจ้งให้คุณสรรพ์รับทราบด้วย อย่างุบงิบรู้เห็นกันสองคน อ้อลืมบอกมีเวลา 15 วัน อย่ามัวแต่ดีใจจนลืม กระดาษแผ่นเดียว เปลี่ยนชีวิตธุรกิจจริงๆ
ก่อนจะเซ็นสัญญากับห้างฯ หรือฝากขายร้านดังอย่าดูแค่ค่า GP (Gross Profit) แต่ให้ดูเงื่อนไข "การตั้งตัวแทน" ด้วย ปรึกษานักกฎหมายหรือนักบัญชี เพื่อร่างสัญญาให้เข้าเกณฑ์ประกาศฉบับที่ 8 แล้ว ท่านจะบริหารภาษีได้แบบ "เหนือชั้น" เงินสดไม่จม ธุรกิจลื่นไหล!
#ฝากขาย #Consignment #ภาษีมูลค่าเพิ่ม #วางแผนภาษี #SME #ตัวแทนจำหน่าย #CashFlow #สัญญาตัวแทน #ประกาศฉบับที่8 #TaxPlanning #SME #ห้างสรรพสินค้า


ไทย
EN


